ริดสีดวง (Hemorrhoids) โรคที่ทำให้ใครหลายๆ คนที่เป็นโรคนี้ กังวล หงุดหงิด กินไม่ได้ นอนไม่หลับ หรือเรียกภาวะเช่นนี้ว่า “ไม่สบายกาย ไม่สบายใจ” แม้ว่าจะไม่ใช่โรคที่ร้ายแรง จนกระทั่งทำให้เสียชีวิต หรือทุพพลภาพ แต่เมื่อเป็นโรคนี้ ความทุกข์ทรมาน จะเกิดขึ้นตลอดเวลา ไม่ว่าจะเดิน นั่ง นอน ยืน และเจ็บปวดอย่างมาก เวลาเบ่งถ่าย ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก

ปัจจุบันจำนวนผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้ มีเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น และวัยทำงาน ทั้งนี้หากพิจารณาถึงสาเหตุสำคัญ ก็จะพบว่า “อาหาร” ที่รับประทานในแต่ละวัน จะเป็นปัจจัย หรือสาเหตุหลัก ที่มีผลต่อการเกิดโรคนี้มากที่สุด รองลงมาก็คือ พฤติกรรมอุปนิสัยในการกิน การขับถ่าย นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ เช่น ภาวะการตั้งครรภ์ การมีเพศสัมพันธุ์ทางทวารหนัก พันธุกรรม โรคบางชนิด เป็นต้น

คนที่เป็น ริดสีดวง มักจะ “รู้สึกอาย” ที่จะไปพบแพทย์ ดังนั้นก็จะใช้วิธีซื้อยามารับประทานเอง ซึ่งสามารถทำได้ ในกรณีที่เริ่มเป็น หรือเป็นไม่มาก (เริ่มถ่ายเป็นเลือด หัวริดสีดวงมีขนาดเล็ก หรือยังไม่มีหัว) แต่ในกรณีที่เป็นมาก (หัวริดสีดวงมีขนาดใหญ่ หรือโตขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งถ่ายเป็นเลือดทุกครั้ง) ควรไปพบแพทย์ จะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

วิธีป้องกันโรค ริดสีดวง 

ทุกความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรคหรืออาการใดก็ตาม “การป้องกัน ย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ” ริดสีดวง ก็เช่นเดียวกัน ป้องกันไว้ก่อน จะดีที่สุด

วิธีป้องกันที่ดีที่สุด ก็คือ การหมั่นรับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาหารประเภทผัก และผลไม้ ควรทานเป็นประจำทุกวัน หลักการง่ายๆ คือ ทุกมื้ออาหาร ควรมีผักและผลไม้ ประมาณ 50% เป็นอย่างน้อย แต่ที่ดีที่สุดคือ 70% และหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้ท้องผูกทั้งหลาย การดื่มน้ำ 8-10 แก้วต่อวัน รวมทั้งฝึกกการขับถ่ายให้เป็นเวลาทุกวัน

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เป็นโรคริดสีดวง มักจะมีปัญหาเรื่อง การขับถ่ายไม่เป็นเวลา ดังนั้นต้องฝึกให้ร่างกายรู้ว่าต้องขับถ่ายตอนเช้าของทุกวัน เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ในการฝึกขับถ่ายช่วงแรก หลายคนมักจะมีปัญหา ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน หรือมีวิธีการอย่างไร

วิธีการง่ายที่สุด คือ หลังจากตื่นนอน ให้ดื่มน้ำผสมเม็ดแมงลัก 1 แก้วใหญ่ หรือดื่มเมล็ดเจียผสมน้ำ 1 แก้วใหญ่แต่หากไม่สามารถหาเม็ดแมงลัก หรือเม็ดเจีย ได้ ก็สามารถดื่มน้ำเปล่าสะอาด 1 แก้วใหญ่ ก็ช่วยได้เช่นเดียวกัน ฝึกต่อเนื่องติดต่อ 7-10 วัน ก็จะเห็นผล

ผัก ผลไม้ มีกากใยสูง
ผัก และผลไม้

วิธีรักษาโรค “ริดสีดวง” 

สำหรับการรักษา จะพิจารณาตามอาการเป็นสำคัญ โดยโรคริดสีดวง จะแบ่งออกเป็น 4 ระยะ

ระยะที่ 1-2 เริ่มถ่ายมีเลือดปะปน อาจจะไม่รู้สึกเจ็บ บางรายก็จะมีหัวของริดสีดวงโผล่ออกมา ในระยะนี้ ถือว่า อาการยังไม่มาก สามารถรักษาให้หายด้วยตัวเองได้ โดยการทานยาทั้งแผนปัจจุบัน ยาแผนโบราณ ยาสมุนไพร หรือใช้ยาเหน็บ ร่วมกับการปรับพฤติกรรมการกินอาหาร ต้องกินผักและผลไม้ให้มากซักหน่อย เพราะมีเส้นใยสูง ช่วยในเรื่องของการรขับถ่ายได้ เป็นอย่างดี

ตลอดจนต้องงดอาหาร ที่จะทำให้ท้องผูก โดยเฉพาะ อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ กาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน รวมทั้งอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์ นอกจากนี้ ควรดื่มน้ำเปล่าสะอาดมากๆ วันละ 8-10 แก้ว

ระยะที่ 3-4 เวลาถ่ายจะรู้สึกเจ็บปวดรุนแรงเวลาเบ่งเพื่อขับถ่าย มีเลือดออกทุกครั้ง (บางครั้งเลือดมีออกมาก บางครั้งมีเลือกออกน้อย) หัวของริดสีดวง ที่โผล่ออกมา มีขนาดใหญ่ขึ้น อักเสบ บวมแดง ในระยะนี้จำเป็นอย่างยิ่ง ที่ควรจะไปพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัย และทำตามขั้นตอนการรักษาต่อไป ในอดีตจะใช้วิธีรัดหัวริดสีดวง วิธีนี้ไม่เจ็บมาก อาจจะรู้สึกหน่วงๆ โดยจะทำการรัดครั้งละ 1 หัว จากนั้นประมาณ 7-10 วัน หัวก็จะฝ่อและหลุดออกมาเอง กรณีที่มีหลายหัว ก็ต้องใช้เวลารักษานานหลายเดือน

แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการแพทย์ ในการผ่าตัด มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก แพทย์มักแนะนำให้ผ่าตัด การผ่าตัดแต่ละครั้ง จึงใช้เวลาไม่นาน แผลไม่ใหญ่ หลังการผ่าตัด ร่างกายสามารถฟื้นตัวได้เร็ว 2-3 วัน ก็สามารถกลับบ้านได้แล้ว ดังนั้น อย่าอายหมอ หรือพยาบาลเด็ดขาด การผ่าตัดในปัจจุบัน ไม่น่ากลัวเลย ขอให้มีความกล้า ที่จะเข้าไปทำการรักาษาเท่านั้นเอง

ผ่าตัดริดสีดวงที่ไหนดี ราคาแพงไหม

ปัจจุบันทุกโรงพยาบาล สามารถผ่าตัดริดสีดวงได้ทุกแห่ง ทั้งนี้เพราะโรคนี้ไม่ใช่ โรคที่ร้ายแรงแต่อย่างใด สำหรับโรงพยาบาลเอกชน ค่าใช้จ่ายโโยเฉลี่ย จะอยู่ที่ 25,000-50,000 บ. (กรณีซื้อประกันสุขภาพ ค่าใช้จ่ายก็จะลดลง จนอาจจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลย ขึ้นอยู่กับประกันสุขภาพที่ซื้อไว้) ส่วนโรงพยาบาลของรัฐ ค่าใช้จ่ายก็จะขึ้นกับสิทธิตามสวัสดิการของรัฐ เช่น บัตรทองรักษาโรค 30 บ., ประกันสังคม, ประกันสุขภาพของรัฐรูปแบบอื่นๆ เป็นต้น

สมุนไพรรักษาริดสีดวง

สมุนไพร เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน จากผู้ป่วยที่เป็นริดสีดวง โดยสมุนไพร ที่มีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการริดสีดวง ได้ดี และมีประสิทธิภาพสูง มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด แต่ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ

  1. เพชรสังฆาต: เป็นสมุนไพร ที่มีความโดดเด่นในเรื่องการ รักษา และบรรเทา อาการของโรคนี้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คนโบราณนิยมนำมาคั้นเอาน้ำ มาดื่มหลังอาหารเช้า และก่อนนอน ทานต่อเนื่อง ติดต่อกันนาน 7-10 วัน อาการของริดสีดวง ก็จะบรรเทาลง และจะค่อยๆหายไปเองนอกจากนี้บางตำราก็จะแนะนำให้ นำเอาเถาของเพชสังฆาต มาหั่นเป็นปล้อง ยาวประมาณ 1.0-1.5 ซม. จากนั้นก็นำมาสอดเหน็บเข้าไป ในกล้วยน้ำว้าสุก หรือผลไม้ทีมีเนื้อละเอียด อ่อนนุ่ม ทานหลังอาหารเช้า หลังอาหารเย็น (ทานแบบกลืน ทั้งนี้เพราะ เพชสังฆาต ที่เก็บมาสดๆ จะมีรสขม และเมื่อทานสดจะคันคอ) ปัจจุบัน สามารถหาซื้อ สมุนไพร เพชรสังฆาตได้ง่าย แบบแคบซูล ตามร้านขายยา หรือร้านสะดวกซืื้อทั่วไป
  2. หัวไชเท้า: หรือ ผักกาดหัว เป็นผักสมุนไพร มีรสเผ็ดร้อน มีฤทธิ์ในทางยา คือช่วยบำรุงน้ำเหลือง ขับสารพิษ บรรเทาอาการปวดอักเสบ สามารถหาซื้อได้ง่าย ตามตลาดทั่วไป มีสรรพคุณในการรักษา ค่อนข้างดี มีประสิทธิภาพดีมาก ไม่แพ้สมุนไพรเพชรสังฆาตวิธีการในการนำเอาหัวไชเท้า มารักษา ทำได้โดยการนำหัวไชเท้าแบบสด มาคั้นสดเอาน้ำให้ได้ 1-2 ช้อนโต๊ะ แล้วนำมาผสมกับน้ำผึ้งแท้ ในสัดส่วนที่เท่ากัน ทานก่อนนอนทุกวัน ประมาณ 3-5 วัน อาการของริดสีดวง จะบรรเทาลง อย่างน่าอัศจรรย์ ทานต่อเนื่องไปจน ริดสีดวง หายเป็นปกติ ผักสมุนไพรชนิดนี้ สามารถทานต่อเนื่องติดต่อกันได้อย่างปลอดภัยนาน 1-2 เดือน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here